รีวิวหนัง A Time to Kill (1996) ยุติธรรม อำมหิต

สำหรับใครที่เคยได้ ดูหนังแอคชั่น Time to Kill (1996) ยุติธรรม อำมหิต เรื่องนี้แล้วแน่นอนว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะพล็อตเรื่องฉากต่างๆ ยังคงตรึงตราตรึงใจแม้ว่าจะผ่านไปนานเท่าไรก็ยังยกหนังเรื่องนี้เป็นที่หนึ่งในใจ

A Time to Kill ยุติธรรม อำมหิต - MONO29 TV Official Site

เรื่องย่อ

(แมทธิว แม็คคอนาเฮย์) ทนายความอเมริกันที่ทำคดีให้กับ เจค (ซามูเอล แอล. แจ็คสัน) หลังจากที่พวกเขาสามารถจับนักโทษสองคนที่ข่มขืนลูกสาวของเธอได้สำเร็จ แต่คำตัดสินของศาลอาจจะทำให้พ่อผิวสีไม่ได้รับวามยุติธรรม เขาจึงหาทางแก้แค้นโจรสองคนด้วยวิธีของตัวเอง

บันเทิง - ภาพยนตร์สุดเข้มข้น'ยุติธรรม อำมหิต(A Time To Kill)'

รีวิว

เมื่อเด็กผู้หญิงผิวสีคนหนึ่งถูกชายผิวขาวสองคน ข่มขืนแล้วฆ่า แต่โชคยังดีที่เธอไม่ตาย (แต่ก็ปางตาย) มีคนไปพบเข้า จึงสาวไปถึงตัวของคนข่มขืนสองคนนั่นได้ คำถามคือถ้าคุณเป็นพ่อของเด็กสาวผิวสีคนนั้น ที่ไม่รู้สึกว่า ลูกสาวของคุณจะได้รับความยุติธรรมในชั้นศาล และโทษของการข่มขืนลูกของคุณนั้นเบาเกินไป คุณจะนำความยุติธรรมมาลั่นไกด้วยตัวคุณเองมั้ย ?

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหนังเรื่อง A Time To Kill ที่ทำได้ดีมาก ทำให้ผมอินไปกับหัวจิตหัวใจของคนเป็นพ่อ คิดเลยว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับลูกสาวเรา เราก็คงไม่ต่างกัน หนังดึงความสนใจผมไว้ได้อยู่หมัด และ ค่อยๆ ออกนอกลู่นอกทางไปเรื่อยๆ จนในที่สุดผมสามารถลุกไปเข้าห้องน้ำโดยไม่ใยดีกับมันได้ … น่าเสียใจ

คำถามที่หนังตั้งคำถามไว้ในตอนแรกน่าสนใจมาก และสร้างความหวังให้กับผมมากว่าผมน่าจะได้คำตอบเชิงลึกเชิงปรัชญา เรื่องการขัดกันระหว่างสามัญสำนึกกับกฏหมาย หรือเอาในระดับง่ายๆ พ่อผิดมั้ยที่ไปยิงคนที่ข่มขืนลูกสาวตัวเอง ถ้าผิด ทำไมผิด ถ้าไม่ผิด ทำไมไม่ผิด หรือความผิดบาปในใจของผู้เป็นพ่อที่เมื่อยิงไปแล้วจะรู้สึกยังไง จะเกิดอะไรขึ้น มีแง่มุมมากมาย ที่หนังพาเราไปได้จาก บทประมาณนี้ซึ่งน่าสนใจ แต่หนังกลับไม่ลงทางลึกแต่ออกทางกว้าง ทำให้กลายเป็นเรื่องประเด็นการเมืองระหว่างสีผิว ซึ่งก็ไม่ได้พาเราไปสู่ความเข้าใจอันใดนอกจากดราม่าราคาถูก อีกทั้งยังมีซับพล็อตอย่างความสัมพันธ์เชิงชูสาวของตัวเอก และอื่นๆ อีกมากมายที่ดูไปเบื่อไป

ทั้งๆ ที่ผมคิดว่า Theme ของบทประมาณนี้มันน่าจะได้ดราม่าแบบเข้มๆ จมดิ่งเข้าไปสำรวจในระดับบุคคล ระดับสังคม ระดับการปกครอง ค่อยๆ คลี่มันออกมาได้อย่างเมามันส์ (ลองคิดว่าเรื่องนี้มาทำเป็น ซีรีส์สิบตอนกำกับโดย David Fincher หรือสายพวก True Detective มันจะมันส์แค่ไหน)

การที่พ่อและทนายตัดสินใจสู้คดีด้วยข้ออ้างที่ว่าตนเองนั้นวิกลจริตชั่วคราว แต่กลับบอกลูกขุนว่า ลูกตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกฏหมาย และนี่เป็นเหตุที่ทำให้เขาต้องไม่ถูกตัดสินว่าผิด ก็ทำให้เห็นได้ถึงความบิดเบี้ยวของหนังที่ไม่ได้ต้องการจะพาเราไปที่ไหน นอกจากการเป็น Courtroom (Melo) Drama

ตัวอย่าง